06 พฤษภาคม 2553

Jessica's house tour


เรื่องของเรื่องคือ ไปเสิจว่า Vintage Decoration เปิดเจอห้องตกแต่งด้วย font ในหลายๆสไตล์ เลยอยากรู้ว่าใครเป็นเจ้าของ บ้านก็ตกแต่งแบบดูดีมีความคิดสร้างสรรค์ แต่ก็อดนึกสงสัยไม่ได้ว่าทำอาชีพอะไร เป็นนักแปลเหรอ นักข่าว หรือนักเขียน หรือเป็นผู้ที่ชื่นชอบตัวหนังสือเฉยๆ ก็ไม่น่าจะใช่ ค้นๆไป จึงทราบได้ว่า อ่าวเธอเป็น Typographer นี่นา แหม่เข้าทาง งั้นก็มาเปิดบ้านเธอกันหน่อย


บ้านเธอน่ารักน่าอยู่มาก แต่คงไม่ใช่สไตล์เรา เพราะเป็นระเบียบไป ลุคดูเป็นคน feminine แต่ก็แอบห้าวเล็กๆนะ มิน่าล่ะบ้านเป็นอย่างไร คนอาศัยก็เป็นอย่างนั้น มันบ่งบอกบุคลลิกของผู้อาศัยได้ดีทีเดียว

http://jessicahische.com

Jessica Hische is a typographer and illustrator working in Brooklyn, New York. After graduating from Tyler School of Art with a degree in Graphic Design, she worked for Headcase Design in Philadelphia before taking a position as Senior Designer at Louise Fili Ltd. While working for Louise, she continued developing her freelance career, working for clients such as Tiffany & Co., Chronicle Books, and The New York Times. In September of 2009, after two and a half years of little sleep and a lot of hand-lettering, she left Louise Fili to pursue her freelance career further. Jessica has been featured in most major design and illustration publications including Communication Arts, Print Magazine, How Magazine, The Graphis Design Annual, American Illustration and the Society of Illustrators. She was featured as one of Step Magazine’s 25 Emerging Artists, Communication Arts “Fresh”, Print Magazine’s New Visual Artists 2009 (commonly referred to as Print’s 20 under 30), and The Art Directors Club Young Guns.





นอกเหนือไปจากที่บ้านโคตรจะน่าอยู่แล้ว งานเธอก็โคตรจะมีไสตล์อันเป็นเอกลักษณ์ ชื่อเสียงของเธอถ้าวงการ Typographer/Type Designer ไม่รู้จักนี่คงต้องไปทบทวนตัวเองกันใหม่

05 พฤษภาคม 2553

My Studio (2)

งานที่เข้าไว้เสร็จไปบางส่วนแล้ว นี่เป็นห้องล่าสุด ณ ปัจจุบันขณะ ทั้งกิน กลิ้ง ทำงาน อ่านหนังสือ อีกสักพักจะเปลี่ยนใหม่ เพราะคนบ้ากำลังหาเก้าอี้มาเป็น item เสริม ทั้งที่หามีเงินไม่ และสุดท้ายขอต้อนรับสมาชิกผู้เชื่องช้าอีก 2 ตัว เข้าสู่บ้านใหม่ด้วยนะ

No.5





เป็นการทดลองซ้ำภาพ กับสไตล์ noise คล้าย airbrush ทดลองหลายๆ effect ทั้ง Inverse/BW/Duotone และวางอย่างไม่ตั้งใจ อยากได้ภาพคล้าย film x-ray บวกกับ กระจกท้อน ลงสีอย่างไม่มีการคำนวณหรือคิดล่วงหน้า ทำฟ้อนท์เหมือนไม่ได้ทำ การทดลองนี้ค้นพบว่า Duotone และ Noise เคมีเข้ากันอย่างที่สุด และมันตื๊ดดีถ้ามีเหลี่ยมมุม การใช้เหลี่ยมเรขาคณิตทำให้ภาพมีมิติอย่างน่าประหลาด พอใจให้ 3 ดาว

04 พฤษภาคม 2553

น่าสนใจ


หนวดไทโป : http://beardrevue.com

ABOUT : I can name a baker’s dozen* moustachio’d type nerds who just got all hot and bothered. Moustache May is gonna be a good month.
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





ABOUT : Odelia & Dan - Design studio based in Tel Aviv. Two designers working in a wide range of material and disciplines including: product design, set, props and costumes, textile, window display and more.
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ตู้เก็บหนังสือ : http://www.sloomenslordig.nl/meubels/21702.html

ABOUT : For those familiar with the Pile Cab the concept of this design is obvious. Instead of a single frame for each book, four to seven frames have been combined. In the photos we have chosen a vertical setup, but a horizontal setup is also option. Can also be seen at : Kriz lifestyle in Eindhoven.

วันนี้ไปเจอของเจ๋งๆ เยอะ แวะเอาอันที่ชอบมาแปะไว้เป็น reference :) ขอไม่เล่ามาก อยากรู้ก็ตามลิงค์ไปอ่านได้โลด

Style of the day




Today, references before going out | Credit : Drop Tokyo

Crazy Ransom


เรื่องของเรื่องคือ อยู่ในระยะคลั่งรองเท้าบูท ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าเป็นมานานขนาดไหน แต่ถ้าเห็นรองเท้าบูทหรือหุ้มข้อทีไรจะรี่ตรงเข้าไปในทันที นั่นก็เป็นอีกเหตุหนึ่งที่เมื่องช่วงสิ้นปีที่แล้วได้เข้า shop ADIDAS ไปสะดุดกับรองเท้าคู่หนึ่ง ปรากฏว่าโชว์โง่ที่จำรุ่นไม่ได้ จนเมื่อไม่นานมานี้นึกว่าอยากได้มากขนาดผ่านมาร่วมครึ่งปีความอยากก็ยังไม่จางหายไป เลยเสิจเช้าค่ำเพื่อหาว่ามันรุ่นอะไร จนปรากฏว่ามันชื่อ RANSOM by ADIDAS รุ่น The Dune นั่นเอง

 
รุ่นนี้ออกมาโคตรนานตั้งแต่ช่วง FALL/2009 นั่นแหละ รุ่นที่ Ransom ออกมามี Creek/Pier/Dune/Summit/Valley ส่วน detail ก็แตกต่างกันออกไปตามความเท่ห์ จำได้ว่าช่วงพฤศจิกา-ธันวา ยังไปโฉบๆอยู่เลย dune ราคานี่เกือบแตะเลข 5 ซึ่งในขณะนั้นตาดอกเตอร์มาตินอยู่ในช่วงลดราคาลงมาเหยียบที่เลข 4 ก่าๆ เลยลังเลไปลังเลมา จวบจนบัดนี้ก็ยังไม่ได้ซื้อทั้งคู่ แต่ ณ เศรษฐกิจแบบนี้กับเงินเดือนที่เหลือไม่ถึงหมื่นบาท ก็ขอจองในใจไว้ก่อนละกัน....more >>Interview | shop

03 พฤษภาคม 2553

Drop Tokyo








จากการที่ตามติด fashion on street จากประเทศต่างๆมาพักใหญ่ รู้สึกได้ว่าสไตล์ในแต่ละฝั่งก็จะมีความคล้ายคลึงกันไปตามสภาพภูมิอากาศและวัฒนธรรมส่วนใหญ่ในประเทศของเขา ซึ่งความเป็น street มันเจ๋งตรงที่การ mix and matches ได้เห็นความครีเอทีฟขั้นสุดของแต่ละตัวบุคคล แต่ไม่รู้เป็นอะไรพักหลังเบื่อดู lookbook มากมาย มีความรู้สึกว่าแฟชั่นมันดู Fake ขึ้นเรื่อยๆ เราเลยถอยหลังแบบนำก้าว กลับไปหาความใหม่ในฝั่งตะวันออกบ้านเรา เรานึกถึงโตเกียวเป็นที่แรก ไม่รู้ทำไมรู้สึกว่าเมืองนี้มันมีความ contrast ในตัวเองสูง และก็มีสไตล์ในแบบเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ยากเลียนแบบ ชาวเมืองโตเกียวในย่าน Shibuya และ Harajuku ส่วนใหญ่ แต่งตัวจัด! (จัด..ว่าแปลก) ซึ่งมันสร้างแรงบันดาลใจให้กับดีไซเนอร์มากมายเวลามาในย่านนี้ ชอบจริงๆ เวลาที่ streeter แต่งตัวแบบเอาแบรนเนมด์มามิกซ์ซะจนไม่มีความเป็นแบรนด์นั้นเหลืออยู่ แต่กลับได้ความแปลกใหม่เฉพาะตัวกลับมาแทน

02 พฤษภาคม 2553

HEALS


ช่วงนี้ของที่อยากได้เยอะไปหมด ไม่ว่าของตกแต่งห้อง โคมไฟ อาร์มแชร์ เตียง โต๊ะคอม หรือของใช้่ส่วนตัว รองเท้า กระเป๋า นาฬิกา แว่นตา (ชักเยอะไป) แต่ก็เพิ่งหมดตัวไปกลับค่าทำกรอบรูป (ที่ไม่ค่อยได้ดั่งใจ) เลยต้องเก็บตั้งอีกสักหน่อยเพื่อที่ค่อยๆ เก็บไอเท็มใน wish list ให้ครบ แม้อาจจะดูว่าไร้สาระ แต่ก็ได้ความสุขทางใจ ทำงานเหนื่อยแล้วนี่เนอะ เอาเถอะแม้ว่ามันจะฟังเป็นข้ออ้างก็ตาม ฮ่า..

แล้วนี่ก็คือ www.heals.co.uk คนตกแต่งบ้านน้อยคนที่ไม่รู้จักเจ้านี้ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเยียวยา เยียวยาให้ความสุขทางใจ แต่ไม่เยียวยาความอยากได้กับเงินในกระเป๋า เพราะราคานี่แพงใช้ได้ สำหรับพนักงานกินเงินเดือนเช่นเรา เก้าอี้บางตัวอาจจะต้องเก็บเงินทั้งปีเลยทีเดียว แต่ถ้าสำหรับชาว UK แล้วถือว่าดีไซน์ระดับนี้มันช่างเป็นเป็นราคานี่น่าคบหายิ่งนัก

ตอนนี้คอลเลคชั่นส่วนใหญ่ของ Heals จะมีกลิ่นของ วินเทจ + หลุยส์ แบบ contemporary โดยได้ดีไซน์เนอร์หน้าใหม่แต่ฝีมือไม่ใช่ขี้ๆ อย่าง John Reeves มาสร้างสรรค์ศิลปะที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นบนสิ่งของเครื่องใช้ให้แนวมากยิ่งขึ้น ยอมรับเลยว่าที่ Reeves ออกแบบมันช่างกระตุ้นให้ได้เป็นเจ้าของจริงจัง แต่อย่างว่าคนงบน้อย อาจจะขอยืมไอเดียไปดัดแปลงนิดๆหน่อยๆ เพราะเราแอบมีแหล่ง DIY สั่งทำได้ในราคาประหยัด สำหรับคนที่รักของแท้และดีไซน์ในต้นฉบับคงจะไม่ว่ากัน