เดือนนี้ฟังบ่อยอยู่ไม่กี่เพลง :)
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Day แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Day แสดงบทความทั้งหมด
19 ธันวาคม 2554
19 กรกฎาคม 2554
JULY PLAYLIST
กลับมาพร้อมกลับเพลงโปรดประจำเดือนกรกฏาคม เขียนอะไรชิลล์ๆ ก่อนละกัน :D เพราะไม่ได้อัพมานานมากมีฉบับร่างที่ค้างไว้ประมาณ 7 ฉบับได้

30 กันยายน 2553
An Education
ถ้าอยากรู้เรื่องคร่าวๆ เจ้าของบล๊อคนี้เขียนรีวิวเรื่องนี้ได้เยี่ยมมาก
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=bloodymonday&month=02-2010&date=28&group=10&gblog=20
23 กันยายน 2553
25 พฤษภาคม 2553
Die Another curfew day
it's only just snap! Happy with my best friend in a curfew day.
นอกจากนั้นแล้วยังมีเหตุการณ์ประหลาดหน้าสยามเวลา 3 ทุ่ม เสียงดังตูมๆ มาเป็นจังหวะติดๆกัน ปฏิกิริยาทุกคนแถวนั้นรวดเร็วพร้อมเพรียงกันคือ หาที่กำบังร่างกาย เหตุการณ์มันฝังใจ ผลสุดท้ายเป็นแค่...เสียงสตาร์ทรถตุ๊กๆ (ที่โคตรจะดัง) และกว่าจะถึงบ้านได้ปาไปเลยเวลาเคอร์ฟิว (แท็กซี่หายากยิ่งกว่างมเข็มในแอตแลนติก) เอาเป็นว่าแท็กซี่ปล่อยลงกลางทางให้หาทางกลับกันเอาเอง ชิบหายล่ะสิ...จบข่าว.
21 พฤษภาคม 2553
i burn, i pine, i perish
เรื่องแรก
ร่วม 1 อาทิตย์ อยู่บ้านโดยหาสาระอะไรไม่ได้ นอกจากการนั่งดูข่าว เชคข่าวกับเพื่อน แล้วก็พาเอาเศร้าสะเทือนใจ แต่ถึงเวลาแล้วที่ทุกๆ คนต้องช่วยประเทศไทย อย่างแรกที่พอจะช่วยเหลือได้คือ คืนกรุงเทพกลับมา
นี่เป็น link ที่แจ้งรายละเอียดในการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยทำความสะอาด กทม. คนไทยไม่เคยขาดน้ำใจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องรอฟังว่าสถานที่แห่งใดที่ปลอดภัย ไม่มีอันตราย และพร้อมเข้าไปได้ สามารถอ่านกิจกรรม ข่าวสาร และการเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ตามลิงค์ด้านบนนั้น
เรื่องต่อมาคือ
นอกจากอยู่บ้านเฉยๆ คอมพิวเตอร์ก็ป่วงๆ ชอบดับเอาดื้อๆ เลยทำให้ไม่สามารถทำงานได้จริงจัง ภาวะเครียดจากสถานการณ์บ้านเมืองบวกกับความขี้เกียจส่วนตัวด้วย เลยทำให้หมดเวลาไปกับการนอนและเล่นกับน้องหมา ซึ่งหวังว่าในเร็ววันนี้อารมณ์อาร์ตๆ แบบนี้จะหายไปในเร็ววัน อยากได้พลังในการทำงานกลับมา อยากได้พลังแห่งแรงบันดาลใจในการทำโปรเจคตัวเองคืนมา จึงเป็นเหตุให้ออกไปหา และไปเจอกับ
10 things i hate about you เป็นหนังที่คาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งในดวงใจ ที่อยากดูมาตั้งนานแสนนาน นานนานแล้ว แต่แล้วก็ลืมไปจนได้ คงจะเป็นหนังในไม่กี่เรื่องของฮีธเลจเจอร์ที่ยังไม่ได้ดู จนไปเจอลิงค์ใน mthai.com เข้า ขอขอบคุณอากู๋ google และอินเตอร์เนตอีกครั้งที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่มันดันพากย์ไทย อยากหา sub eng ใน youtube ก็หามีไม่ ด้วยความที่ภาษาไม่แข็งแรง พูดได้ เขียนดี แต่ฟังไม่ออก จึงต้องยอมฟังพากย์ไทย(ที่ไม่ได้น่าเกลียดอะไร)ไปโดยละม่อม ถือว่าเป็นการผ่อนคลายที่ดีหลังจากที่พยายามหาหนังดูมานานนับเดือน เจอสักทีหนังวัยรุ่นเมกันสุดฮิตของยุค 90 ซึ่งตอนนี้ก็เอามา remake ใหม่ออกมาเป็นซีรี่ที่ชาแนล abc ก็มีทั้งบอกว่าเล่นดีบ้างไม่ดีบ้าง เพราะฮีธเลจเจอร์กับจูเลียสไตล์เล่นไว้ดีแล้ว อะไรก็ตามแต่ก็ถือว่าโอเคละกัน ในระหว่างรอโหลด movie ให้ครบทั้ง 4 part ก็ไปเล่น looklet แก้เครียดต่อ.. ยิ้มไว้ คนไทยต้องยิ้มไว้ :)
ข้อมูล-เรื่องย่อ อ่านกัันเพลินๆ แก้เครียด ยิ้มๆ
ร่วม 1 อาทิตย์ อยู่บ้านโดยหาสาระอะไรไม่ได้ นอกจากการนั่งดูข่าว เชคข่าวกับเพื่อน แล้วก็พาเอาเศร้าสะเทือนใจ แต่ถึงเวลาแล้วที่ทุกๆ คนต้องช่วยประเทศไทย อย่างแรกที่พอจะช่วยเหลือได้คือ คืนกรุงเทพกลับมา
นี่เป็น link ที่แจ้งรายละเอียดในการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยทำความสะอาด กทม. คนไทยไม่เคยขาดน้ำใจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องรอฟังว่าสถานที่แห่งใดที่ปลอดภัย ไม่มีอันตราย และพร้อมเข้าไปได้ สามารถอ่านกิจกรรม ข่าวสาร และการเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ตามลิงค์ด้านบนนั้น
เรื่องต่อมาคือ
นอกจากอยู่บ้านเฉยๆ คอมพิวเตอร์ก็ป่วงๆ ชอบดับเอาดื้อๆ เลยทำให้ไม่สามารถทำงานได้จริงจัง ภาวะเครียดจากสถานการณ์บ้านเมืองบวกกับความขี้เกียจส่วนตัวด้วย เลยทำให้หมดเวลาไปกับการนอนและเล่นกับน้องหมา ซึ่งหวังว่าในเร็ววันนี้อารมณ์อาร์ตๆ แบบนี้จะหายไปในเร็ววัน อยากได้พลังในการทำงานกลับมา อยากได้พลังแห่งแรงบันดาลใจในการทำโปรเจคตัวเองคืนมา จึงเป็นเหตุให้ออกไปหา และไปเจอกับ
10 things i hate about you เป็นหนังที่คาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งในดวงใจ ที่อยากดูมาตั้งนานแสนนาน นานนานแล้ว แต่แล้วก็ลืมไปจนได้ คงจะเป็นหนังในไม่กี่เรื่องของฮีธเลจเจอร์ที่ยังไม่ได้ดู จนไปเจอลิงค์ใน mthai.com เข้า ขอขอบคุณอากู๋ google และอินเตอร์เนตอีกครั้งที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่มันดันพากย์ไทย อยากหา sub eng ใน youtube ก็หามีไม่ ด้วยความที่ภาษาไม่แข็งแรง พูดได้ เขียนดี แต่ฟังไม่ออก จึงต้องยอมฟังพากย์ไทย(ที่ไม่ได้น่าเกลียดอะไร)ไปโดยละม่อม ถือว่าเป็นการผ่อนคลายที่ดีหลังจากที่พยายามหาหนังดูมานานนับเดือน เจอสักทีหนังวัยรุ่นเมกันสุดฮิตของยุค 90 ซึ่งตอนนี้ก็เอามา remake ใหม่ออกมาเป็นซีรี่ที่ชาแนล abc ก็มีทั้งบอกว่าเล่นดีบ้างไม่ดีบ้าง เพราะฮีธเลจเจอร์กับจูเลียสไตล์เล่นไว้ดีแล้ว อะไรก็ตามแต่ก็ถือว่าโอเคละกัน ในระหว่างรอโหลด movie ให้ครบทั้ง 4 part ก็ไปเล่น looklet แก้เครียดต่อ.. ยิ้มไว้ คนไทยต้องยิ้มไว้ :)
- 10 กฎเฮ้วเด็ดหัวใจเฮี้ยว (อังกฤษ: 10 Things I Hate About You) เป็นภาพยนตร์แนวโรแมนติกคอเมดีในปี 1999 กำกับโดย จิล จังเกอร์ แสดงโดย ฮีธ เลดเจอร์ , จูเลีย สไตลส์ , โจเซ็ป กอร์ดอน-เลวิตต์ ,ลาริซา โอเลย์นิก ,เดวิด ครัมฮอลต์ซ และแลร์รี มิลเลอร์ โดยดัดแปลงมาจากบทประพันธ์ของ วิลเลียม เชกสเปียร์The Taming of the Shrew โดยดัดแปลงเป็นฉากโรงเรียนอเมริกันในยุคปัจจุบัน บทภาพยนตร์เขียนโดย คาเรน แม็กคัลลาห์ ลัตซ์ และเคิร์สเตน สมิธ
- ภาพยนตร์ออกฉายเมื่อ 31 มีนาคม ค.ศ. 1999 และทำให้ดารานำเป็นที่รู้จักทั้งสไตลส์และเลดเจอร์[1][2][3]She's the Man
- ผลงานการกำกับเปิดตัวของจังเกอร์ เช่นเดียวกับคนเขียนบทภาพยนตร์ ลัตซ์และสมิธ ซึ่งต่อมาทั้งคู่ได้เขียนบทภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากบทประพันธ์ของเชกสเปียร์ อีกครั้งใน
- เรื่องย๊อย่อ หนุ่มน้อยคาเมรอน หลงรัก เบียงก้า สาวน้อยนางในฝัน แต่เบียงก้าถูกพ่อห้ามไม่ให้มีนัดกับชายใด จนกว่า แคท พี่สาวของเธอ จะมีแฟนเสียก่อน คาเมรอน จึงหาทางทำให้แคทมีแฟนโดยเร็วที่สุด โดยหมายตาไปที่หนุ่มหัวรั้นที่สุดของโรงเรียนมาเป็นผู้พิชิตใจแคทให้ได้
19 พฤษภาคม 2553
Mini-civil war
Bangkok residents: This is a 'mini-civil war'
สำหรับคนไทยทุกคนที่รักในชาติ คงไม่คิดว่านี่คือ 'mini-civil war' (สงครามกลางเมืองขนาดย่อม) อย่างที่ CNN พาดหัวข่าวแน่ๆ ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดก็ตาม เผาโรงแรม ห้าง บ้านเรือน ยิงกัน ป่วนเมือง และสุดท้ายมีคนตาย หลายคนเดือดร้อน มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ และประเมิณค่าความเสียหายไม่ได้ ที่นี้ไม่ได้พูดถึงมูลค่า แต่พูดถึงจิตใจ ผลกระทบกระเทือนครั้งนี้อีกนานเท่าไรกว่าไทยจะฟื้นได้ สงครามมันไม่ใช่ Gulf เซเว่น-อีเลเว่น ที่จะมีขนาดเล็ก กลาง หรือ ใหญ่ ไม่ว่าอย่างไรคนไทยทุกคนก็สูญเสีย
ขอไว้อาลัยให้กับญาติผู้เสียชีวิตทุกคน ทหารทุกนาย ขอให้คุณพระศรีรัตนตรัยคุ้มครองคนไทย ประเทศไทย แผ่นดินไทย พระมหากษัตริย์ไทย ด้วยเทอญ
Looklet
17 พฤษภาคม 2553
Interesting List
อยู่ในช่วงที่กำลังเรียบเรียงรายการความสนใจ มันช่วยได้ที่ว่าในช่วงเดือนๆ หนึ่งเรามีความสนใจอะไรบ้าง พัฒนาการทางด้านความสนใจเราเป็นอย่างไรบ้าง เราทำอะไรไปแล้วบ้าง มันช่วยได้เยอะสำหรับคนที่ต้องการค้นหาตัวเอง ว่าแท้จริงแล้วชอบอะไร อยากจะ expert อะไร advance ขั้นไหน (แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่เจอก็ตาม) ปกติจะจดไว้บ้างในสมุดเน่าๆ เล่มหนัก พกเดินไปเดินมา นานๆ เปิดมาอ่าน ก็อ้อ! เมื่อก่อนชอบไอ้นี่นะ แล้วมันพัฒนามาเป็นไอ้นี่ได้ไงวะ อะไรทำนองนี้ เพราะเราเป็นคนที่ไม่ค่อยรู้ตัวว่าชอบอะไรที่สุด มันเป็นวิธีง่ายๆ อย่างหนึ่งกันลืม หรืออาจจะค้นพบว่าจริงๆแล้ว มันเป็นแค่ความสนใจชั่วขณะก็ได้ เราจะจดเป็นคำหรือประโยค แล้วพอย้อนมาดูว่าเดือนไหนที่เขียนคำนี้ซ้ำกันแสดงว่าความสนใจเรามีในทางนี้มาก เหมือนเป็น references ตัวเอง เพื่อนตัวเอง ให้ตัวเอง
ตั้งแต่ช่วงต้นปีความสนใจส่วนใหญ่พุ่งไปที่
ตั้งแต่ช่วงต้นปีความสนใจส่วนใหญ่พุ่งไปที่
- Decoration, Vintage Furniture and Old stuffs
- Installation Art
- Opening new Gallery or the group show artist
- Begin into Minimalism
- Collarge and mix media
- Handcraft
- Graphic Design on Surrealism
- I don't like DIGITAL.
- Photograph with emotional or snap moment
- Boring Futuristic but Cool Geomatric
- Typography is actually love.
- การคอมโพสงานน้อยๆ และดูจบ มันยาก ต้องอาศัยประสบการณ์ ต้อง do มาก ทำมาก
- การท้าทายตัวเองเป็นเรื่องเสี่ยง เพราะมีแค่เราคนเดียวที่เข้า Challenge
- แต่ก็พิสูจน์ได้ดีว่าจะลบคำสบประมาทตัวเองได้ไหม จะไปได้สักกี่น้ำ
- เวลาอยากทำอะไรมักเก็บไว้ทำทีหลัง เหมือนเหลือลูกชิ้น แล้วกินเส้นก่อนทุกทีไป
- จะต้องแก้ไข อยากทำอะไรต้องรีบทำเลย พอรอแล้วจะขี้เกียจ ไม่ได้ทำ
- ย้ำคิดย้ำทำ และชอบตกหลุมพรางไอเดียที่ตัวเองขุดไว้ ต้องอาศัยมือเซียนมาช่วยพาขึ้นบ่อ
- การคุยอยู่แต่กับตัวเอง ทำให้รู้จักตัวเองมากขึ้น แต่จะเริ่มเพ้อเจ้อถ้าไม่โยนๆ มันออกไปบ้าง
- การเลิกบุหรี่ทำให้สติหลุด แต่เมื่อทำได้ ทำให้มีสมาธิกับงานมากขึ้น
- การดูงานมากๆ อาจไม่ใช่เรื่องที่ดี การจำแต่สไตล์ ก็ไร้ประโยชน์ ถ้าเราไม่รู้จักวิเคราะห์งานนั้น
- มองให้รอบด้าน เสพให้รอบด้าน ทุกๆอย่างตั้งอยู่บนพื้นฐานการใช้ชีวิต
- ไม่กล้า เพราะกลัว เลิกกลัว จะได้กล้า ผิดบ้างอะไรบ้าง ดีกว่าไม่เคยผิดเลย
- ต้องรักที่จะทดลอง อย่ากลัวพลาด แล้วจะได้เทคนิคอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อน
- คนเป็นสัตว์สังคม หัวเราะบ้าง พูดคุยบ้าง เจอเพื่อนๆบ้าง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ จะได้มีพลัง
- โต้ตอบ facebook ในขณะทำงานทำให้ไม่เบื่อ แต่เสียสมาธิ และอาจทำให้งานมันช้าลง
- เฉพาะฉนั้น ไม่ต้องเลิกหรอก FB ถ้ารู้จัก manage เวลาให้ดีเป็นพอ
- http://www.rojo-magazine.com - รวมงาน exhibition, Gallery art และ artist เทพๆ
- http://www.nolegacy.com - รวบรวมงานดีไซน์ทั่วทุกมุมเจ๋งๆ อัพเดทเกือบทุกวัน
- http://www.fecalface.com - ชอบไปบุก studio artist และสัมภาษณ์แนวๆมาฝาก
- http://www.droptokyo.com - พักหลังชอบไปขโมยรูปมาแปะในบล๊อคตัวเองบ่อย
- http://danalaurengoldstein.blogspot.com - ชอบเธอ snap มาก อัพเดททุกวันไม่หยุดราชการ
- Hot Chip
- MGMT
- La Roux
- M-Flo
- Clazziquai
- Two door cinema club
- Rain
- Iconiq
- Klaxons
- Muse
- Franz Ferdinand
- Patrick Watson
- โปรเจคของตัวเองก่อนสิ้นปี
- เจอแนวทางที่ใช่ แล้วไปในที่ที่ชอบ
- ลงทุนทำ something
- รวบรวมงานให้เสร็จไม่ให้มันแตกสปอร์มากไป ก่อนจะยั้งไม่อยู่
- อ่านหนังสือที่ค้างไว้อีก 10 เล่มให้หมดภายในปีนี้
- ทำงาน Install สักชิ้น ถ้ามีทรัพย์และเวลา
- สำคัญสุด ต้องเลิกขี้เกียจ เลิกนอนในวันเสาร์-อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์
- Annual leave ต้องไปเที่ยวให้ได้
- งดสิ่งที่ทำให้เสียสุขภาพ และไปในแหล่งอโคจร
- กินข้าววันศุกร์หลังเลิกงานกับเพื่อนที่ Central World
- พยายามไม่ซื้อรองเท้าเพิ่ม หรือ gadget ที่ไม่จำเป็น สิ่งของที่ไม่ได้ใช้
- แต่ขอแว่นตาอันใหม่ 1 อันก่อนนะ
16 พฤษภาคม 2553
Lovely Mishka
คืนนี้ขอบคุณ Mishka ที่ทำให้ยิ้มได้ ดูแล้วก็นึกถึงวีซ่า (เจ้าอ้วนตัวใหญ่ที่ไม่ชอบให้ถ่ายรูป) จากไปได้แค่ 2 เดือน ตอนนี้ไม่เศร้าแล้ว แต่อบอุ่นใจทุกครั้งที่ได้นึกถึง
ผ่านไปเจอ
Casa Pagoda began in 2003, by a young creative team in Belgium, to bring the European classic Flair with a new touch to Asia. A first store was opened in Bangkok-Thailand, followed by another store in Shanghai-China.
We travel around the globe, to create unique collections. Casa Pagoda is a culturally mixed concept that combines different European styles of furniture and accessories with Asian flares. Casa Pagoda offers home furnishings of casual elegance and exceptional craftsmanship; from sofas, club chairs, and occasional tables to bookshelves and dining sets, all at affordable prices.
คลายสมองหน่อย เผอิญว่าวันที่มีข่าวการล้อมกรอบกดดันการชุมนุมก็ต้องหนีออกมาจากออฟฟิศ ในขณะที่รถไฟฟ้าปิดตั้งแต่ก่อน 6 โมงเย็น เลยต้องหาแท็กซี่กลับ แล้วก็เจอพี่แท็กซี่เชี่ยวทางพาลัดเลาะหลีกเลี่ยงรถติด ไปทะลุเข้าซอยสุขุมวิท 39 เจอร้านเฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจ เรดาร์จับตาเร็วรุนแรง อยู่แถวนี้มาก็นาน แต่ไม่ได้แวะผ่านซอยนี้ อ่านผ่านๆ เจอว่า Casa Pagoda เลยเมมใส่ในสมองไว้ทันที ไว้ค่อยไปเสิจในอากู๋ดูก็รู้ว่า Casa Pagoda เนี่ยเป็นการก่อตั้งของคนรุนใหม่ไปแรงชาวเบลเยี่ยมที่ชอบในความคลาสสิคแบบยุโรปผสมผสานกับสัมผัสแบบเอเชีย ซึ่งที่แรกนี้เปิดในกรุงเทพ และเพิ่มสาขาที่เมืองจีนตามลำดับ ซึ่งตอนนี้ที่เปิดในกรุงเทพน่าจะมี 2 สาขา คือที่สุขุทวิท 39 และที่สีลม ส่วนที่อื่นๆ นอกเหนือจากกรุงเทพคือ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และมอสโกวไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรเลยที่มาโฆษณาให้ แต่แค่ว่าถูกใจกับการดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์และสร้างสรรค์ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้เจอเฟอร์นิเจอร์ที่ขายเฉพาะกลุ่มเป้าหมายขนาดนี้ เลยโดนไปอย่างจัง ถ้ามีเงินนี่ก็คงไม่อั้นเหมือนกันนะเนี่ย เสียดายที่ในเว็บไซค์ไม่ได้แยกสินค้าเฉพาะเจาะจงเหมือนเว็บขายของอื่นๆทั่วไป ถ้าชอบพอสนใจ เป็นตัวจริงก็ต้องไปหาดูที่ร้านเองเท่านั้น
